รมช.ดีอี เป็นประธานเปิดงาน Thailand Quantum Readiness Workshop

depa

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Thailand Quantum Readiness Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเปิดมุมมองอนาคตเทคโนโลยีควอนตัม ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ดร.พีรเดช น่าน ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนที่สนใจ ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง

นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันรัฐบาลพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็น ‘รัฐบาลดิจิทัล’ ซึ่งในส่วนของกระทรวงดีอี ได้ดำเนินงานใน 2 มิติเพื่อยกระดับภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยภาคเศรษฐกิจ กระทรวงวางรากฐาน กำหนดกรอบการดำเนินงาน ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ อีกทั้งนำไปสู่การบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ขณะที่ภาคสังคม กระทรวงต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้คนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับช่วงอายุและบริบทของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งประชาชนทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน

เทคโนโลยีควอนตัมเป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศให้ความสำคัญและเร่งวิจัยและพัฒนา ซึ่งรัฐบาลต้องคำนึงว่าจะนำเทคโนโลยีควอนตัมไปช่วยส่งเสริมและต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างไร และเทคโนโลยีดังกล่าวจะสร้างประโยชน์อะไรกับประเทศไทยบ้าง ซึ่งงานในวันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน และนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีควอนตัม
ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ขับเคลื่อนให้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

ด้าน ดร.ศุภกร กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีควอนตัมได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้ที่เริ่มมีความเป็นไปได้ในหลากหลายด้าน หลายประเทศเร่งลงทุน ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการกำหนดนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น แม้ความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีควอนตัมอาจยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย แต่ผลกระทบในหลายมิติกำลังใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ การเตรียมความพร้อมของไทยจึงไม่อาจมุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องสร้างความพร้อมของระบบนิเวศเทคโนโลยีควอนตัมทั้งระบบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจร่วมกัน สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดีป้า มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ ซึ่งเราเล็งเห็นว่า เทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ดีป้า จึงต้องการสร้างความตระหนักในเรื่องของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้งาน Thailand Quantum Readiness Workshop จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้มีบทบาทในระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีควอนตัมของไทยให้ได้มาพบกัน ตั้งแต่นักวิจัยและสถาบันการศึกษา ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ หน่วยงานภาครัฐและผู้กำหนดนโยบาย ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมและองค์กรผู้ใช้งาน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจร่วมกัน อีกทั้งเป็นโอกาสที่ผู้มีบทบาทตลอดทั้งระบบนิเวศจะได้ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเตรียมความพร้อมของประเทศตั้งแต่ก้าวแรก นอกจากนี้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุมจะถูกรวบรวมและต่อยอดสู่การจัดทำ Thailand Quantum Readiness White Paper ที่จะสะท้อนมุมมองจากทุกภาคส่วน พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อน เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัมอย่างเป็นระบบรักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ด้าน นายอโณทัย กล่าวว่า ไอบีเอ็มภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยยกระดับศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศไทยผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Quantum Computing ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 ครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เคมีภัณฑ์ บริการทางการเงิน และการคมนาคมขนส่ง โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทุกอุตสาหกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นในกระบวนการวิจัยและพัฒนาด้านควอนตัมอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งคาดการณ์ว่า ปี 2027 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กลุ่มผู้เริ่มใช้งานจะเปลี่ยนผ่านจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริง และจะเริ่มสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจยุคควอนตัมอย่างเป็นรูปธรรม

ภารกิจของไอบีเอ็มไม่ใช่เพียงการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานจริง แต่ยังมุ่งสร้างความปลอดภัยในยุคควอนตัม (Quantum-safe) ควบคู่กัน โดยการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญด้านควอนตัมจากไอบีเอ็ม และผู้มีบทบาทในระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีควอนตัมของไทยในงานวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพลิกโฉมอนาคตเทคโนโลยีของประเทศต่อไปกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงาน Thailand Quantum Readiness Workshop ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งแบ่งการหารือตามประเด็นเฉพาะด้าน ได้แก่ ภาคการเงินและดิจิทัลคอมเมิร์ซ โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ข้อมูลและระบบอัจฉริยะ ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูงและการวิจัยและพัฒนา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบ โอกาส ความท้าทาย และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมและการเตรียมความพร้อมด้าน Quantum-safe ในแต่ละภาคส่วน พร้อมระดมข้อเสนอแนะและแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนความพร้อมของประเทศไทยสู่ยุคควอนตัม โดยผลการหารือของแต่ละกลุ่มจะได้รับการสรุปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางดำเนินงานในรูปแบบการนำเสนอ
ซึ่งผู้แทนแต่ละกลุ่มจะนำเสนอผลการอภิปรายต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและต่อยอดสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทยร่วมกัน

 

Facebook Comments Box