รัฐมนตรี ดีอี เปิดงาน Gov Cloud 2026 เดินหน้าขยายระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เร่งสร้าง National Cloud พร้อมมอบรางวัลให้กับหน่วยงานต้นแบบบนคลาวด์กลาง ยกระดับบริการครบวงจร
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จัดงานสัมมนา GOV Cloud 2026 : Digital Infrastructure for the Government of the Future สะท้อนความก้าวหน้า ศักยภาพ และโอกาสของเทคโนโลยีคลาวด์ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัล โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) (ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นตัวแทน) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการใช้งานไอทีภายใต้โครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC ขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนความตื่นตัวของหน่วยงานภาครัฐในการใช้งานคลาวด์เพื่อพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยปัจจุบันคลาวด์กลาง GDCC ให้บริการรองรับโครงการสำคัญของภาครัฐในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการเกษตร การสาธารณสุข การศึกษา การวิจัยและพัฒนา และอื่น ๆ รวมกว่า 4,000 ระบบงาน รวมถึงระบบงานใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ การใช้งานคลาวด์ GDCC ที่เติบโตดังกล่าว ได้ส่งผลให้โครงสร้างระบบงานภาครัฐของประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในเชิงโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับในปี 2570 ประหยัดงบประมาณจากการจัดซื้อแบบรวมศูนย์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,134 ล้านบาท
“เป้าหมายที่ท้าทายในระยะต่อไปของ GDCC คือการยกระดับการทำงานบนคลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์และเน้นการเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันมากยิ่งขึ้น โดยแนวทางหลักในการพัฒนาคลาวด์กลาง GDCC กระทรวงดีอีได้มุ่งเน้น National Cloud โดยรูปแบบการจัดหาแบบรวมศูนย์ซึ่งตอบโจทย์การใช้จ่ายงบประมาณด้านดิจิทัลของภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมการกำหนดกรอบและแนวทางการจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป้าหมายสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบในการตอบสนองยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล”

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเพิ่มเติมว่าการขยายความร่วมมือพันธมิตร เป็นการยกระดับภาพรวมของคลาวด์กลาง GDCC เป็นระบบนิเวศคลาวด์กลางภาครัฐขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และขยายศักยภาพในทุกมิติ ทั้งบริการระดับ IaaS (Infrastructure as a Service) รองรับแนวโน้มการเติบโตของข้อมูลภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น และโครงสร้างพื้นฐาน GPU ที่แข็งแกร่งเพื่อการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ Big Data ขณะที่บริการในระดับ PaaS (Platform as a Service) และ SaaS (Software as a Service) ได้เพิ่มตัวเลือกทั้งแพลตฟอร์ม Data Base และบริการซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย
เพื่อเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพของภาครัฐในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้สะดวกและง่ายขึ้น รองรับการพัฒนาบริการที่เร่งด่วนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการออกแบบและสร้างนวัตกรรมบริการใหม่ ๆให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับประชาชน
คลาวด์กลาง GDCC ถือเป็นรากฐานสำคัญที่กระทรวง ดีอี จะสนับสนุนรัฐบาล และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจริงจังโดยมีเป้าหมายสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรวมทั้งคลาวด์ ร่วมทำงานกับ Partners โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และ คำนึงถึงประเทศไทยระยะยาว

ด้าน นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวเสริมว่า สำหรับแนวทางบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล National Cloud ให้ความสำคัญสูงสุดในด้านความปลอดภัยของการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลภาครัฐ ซึ่งระบบคลาวด์ GDCC นอกจากมีโครงสร้างทางกายภาพที่แข็งแกร่งพร้อมระบบ Cyber Security มาตรฐานสากล ในการเป็นโครงสร้างข้อมูลภาครัฐที่มั่นคงปลอดภัยของประเทศ สามารถปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ปัจจุบันเพิ่มความซับซ้อนรุนแรงมากขึ้น GDCC ยังเน้นการรักษาแนวปฏิบัติที่เข้มงวดตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
และมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ.2567 ของ สกมช. ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

“นอกจากนี้ ภายในงาน GOV Cloud 2026 ยังมีกิจกรรมการมอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลงานการพัฒนาระบบงานบริการดิจิทัลบนคลาวด์กลาง GDCC ซึ่งสามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยคัดเลือกจากหน่วยงานทั่วประเทศ จำนวน 18 โครงการ และการใช้ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Office จำนวน 11 โครงการ เพื่อเป็นต้นแบบในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ให้สามารถใช้งานคลาวด์เชิงบูรณาการการพัฒนางานบริการภาครัฐ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานภาครัฐที่สามารถนำบริการ GDCC ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบงานหรือบริการที่มีความโดดเด่นใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมทั้งเป็นต้นแบบให้หน่วยงานภาครัฐอื่น เห็นถึงโอกาสในการนำเทคโนโลยีคลาวด์ไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศโดยโครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนางานภาครัฐบนคลาวด์ GDCC อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าที่สำคัญของรัฐบาลดิจิทัลอีกด้วย” นายเวทางค์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
