เที่ยวมุมใหม่ ใส่หัวใจสิงห์ เติมพลังอาร์ต แสง สี สิงห์
สืบเนื่องจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ได้เตรียมจัดเทศกาลส่งเสริมการกระตุ้น การท่องเที่ยว จังหวัดสิงห์บุรี ภายใต้แคมเปญ “แสง สี สิงห์ (Let’s Glow Singburi)”


ณ ศาลากลาง ร.ศ.130 และตลอดแนวถนนวิไลจิตต์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 27 สิงหาคมนี้


คุณสุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการกองตลาด ภาคกลาง ททท. พร้อมด้วย คุณชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างาน 1 กองตลาดภาคกลาง ททท. ได้นำสื่อมวลชนจากส่วนกลางเดินทางไปจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงและเตรียมความพร้อมรับงานที่จะเกิดขึ้นจริงในไม่ช้านี้

สุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการกองตลาด ภาคกลาง ททท.

แสง สี สิงห์ เสน่ห์สถาปัตยกรรมยุโรปของเมืองเก่า”สิงห์บุรี”


ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรีหลังเก่า ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ ประดับไฟสวยงาม สร้างเสน่ห์สีสันยามค่ำคืน รวมถึงโรงหนังเมืองทองรามา หรือที่ชาวบ้านเรียกโรงหนังเมืองทองคู่รัก


ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นกัน คือ หนึ่งสถานที่ประดับไฟของโครงการแสง สี สิงห์ เที่ยวสิงห์บุรีแบบใหม่แบบปังด้วย Art and Design ครั้งแรกในไทย! ปลุกเสน่ห์เมืองแห่งตำนานกับ เทศกาลแสงสีสิงห์ (Let’s Glow Singburi) วันที่ 18 – 27 สิงหาคมนี้

มหัศจรรย์เมืองเก่ามีชีวิต

เริ่มต้นวันวันใหม่ วิถีของคนเมืองสิงห์ กับงานอาร์ต ได้ผสมผสานกันอย่างลงตัว และมีให้เห็นให้ชื่นชม เสน่ห์…สิงห์บุรี



ทุกหนทุกแห่งไม่เว้นแม้แต่เส้นทางเดินทางของลำน้ำสายสำคัญเฉกเช่น เจ้าพระยา สายน้ำแห่งชีวิต อารยธรรมของคนไทยภาคกลาง

ซึ่งต้องดำรงชีพโดยพึ่งพาสัตว์น้อยใหญ่ในท้องถิ่นหลากชนิดที่เผยให้เห็นเป็นลวดลายที่มีสีสันสดใสสะดุดบนพื้นกำแพงที่สอดแทรกอารมณ์ขันและจินตนาการของนายช่าง ชมเพลินอย่างน่ารื่นรมย์…



ยามค่ำคืนอีกมุมหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ความเป็นมา


ครั้งหนึ่งที่ความศิวิลัยจากตะวันตกได้แผ่กระจายอิทธิพลข้ามมาจากอีกซีกโลกมาถึงดินแดนสยามประเทศ ชุมชนเล็กๆริมน้ำที่มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขเต็มไปด้วยธรรมชาติ ให้กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญในแบบสากล

ซึ่งยังคงปรากฏให้เราได้ชื่นชมในวันนี้ “เสน่ห์ แสง สี” เมืองสิงห์

เยี่ยมชมมิวเซียมสิงห์บุรี ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่า
มิวเซียมสิงห์บุรี หรือที่หลายคนรู้จักว่ากันเป็นอย่างดีในนามของ ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรีหลังเก่า ที่นี่ได้รวบรวม ค้นคว้า และศึกษาประวัติความเป็นมาความรุ่งเรืองในอดีต ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอารยธรรมลุ่มน้ำภาคกลางสมัยอยุธยา ผ่านห้องจัดแสดงนิทรรศการทั้ง 8 ห้อง ประกอบด้วย ห้องดึกดำบรรพ์ ห้องเมืองเก่า ห้องทรัพย์ในดิน ห้องทรัพย์สลาย ห้องทรัพย์ทรงจำ ห้องทรัพย์เมืองสิงห์ ห้องทรัพย์ปัญญา และห้องทรัพย์วันหน้า


ซึ่งละห้องมีความสำคัญในทุกมิติ ตั้งแต่สมัยอดีต ทั้งยังเป็นเมืองสำคัญในสมัยอยุธยา เพราะเมืองสิงห์บุรี เป็นเมืองที่ติดกับลำน้ำสำคัญ 2 สายคือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเส้นทางหลักในการติดต่อค้า หรือในการเดินทัพ ต่อเนื่องมานับพันปี

อย่างไรก็ตาม สิงห์บุรี คือ เมืองชุมทางที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างรัฐใหญ่ บนลุ่มน้ำ ป่าสัก เจ้าพระยา และท่าจีน นั่นก็คือ อาณาจักละโว้ อยุธยา และสุพรรณภูมิ

สิงห์ อินทร์ พรพม ยังมีความหมายที่เกี่ยวโยงกับพุทธศาสนา เพราะสิงห์ คือ สัญลักษณ์ ตัวแทนของศากยวงศ์ ตระกูลของพระพุทธเจ้า ส่วน อินทร์ พรหม คือ สาวกและผู้รับใช้ พระพุทธเจ้า ดังนั้น ชื่อสิงห์ อินทร์ พรหม จึงเป็นชื่อกลุ่มเมือง ที่มีความสัมพันธ์กัน ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ การเมือง ศาสนา และความสำคัญของเมือง เป็นเหตุแห่งการเกิด ทรัพย์เมืองสิงห์ สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ชวนมาย้อนอดีตเมืองสิงห์ที่ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรีหลังเก่า ซึ่งเปิดให้เข้าเยี่ยมชมฟรี พร้อมจักรยานให้ขับขี่ชมเมืองผ่านแพลตฟอร์มมือถือ Digital Self-Walking Guide “Wabu” ตามรอยเส้นทางพร้อมแวะถ่ายรูป “ใจใจสิงห์” Sculpture / Crosswalk Art ตึกเก่าย่านตลาดเทศบาล ชมงานกราฟฟิตี้ สีสดตามมุมต่างๆในตัวเมืองเก่าสิงห์บุรี

งาน”เทศกาล แสง สี สิงห์ : Let’s Glow Singburi” 18-27 สิงหาคม 2566 ณ ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ร.ศ.130 ถนนวิไลจิตต์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
☎️ สอบถามข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.สำนักงานลพบุรี โทร. 036-770096-7 หรือ Facebook Fanpage : Tat Lopburi https://www.facebook.com/TATLopburiOffice
#เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายๆสไตล์ภาคกลาง
#โมเมนท์ที่ใช่สร้างได้ไม่ต้องรอ
